|
|
1.
|
หลังจากได้ตรวจสอบเอกสารที่ WHC-08/32.COM/INF.8B.Add2 (เอกสารนำเสนอเพิ่มเติมเพื่อการพิจารณาขึ้นทะเบียนปราสาท
|
|
|
พระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา)
|
|
|
|
2.
|
สืบเนื่องจากคำตัดสินที่ 31 COM 8B.24 ซึ่งให้คำรับรองว่า “แหล่งศักดิ์สิทธิ์ของปราสาทพระวิหารนั้นมีความสำคัญอันยิ่งใหญ่ใน
|
|
|
ระดับนานาชาติ และมีคุณค่าอันเป็นสากลที่โดดเด่น ซึ่งเข้าข่ายตามหลักการพื้นฐานข้อ (I),(II) และ (IV) และเห็นพ้องกันในหลักการที่ว่า ปราสาทพระวิหาร ควรได้รับการขึ้นทะเบียนบรรจุไว้ในรายชื่อมรดกโลก”
|
|
|
|
3.
|
ที่ประชุมได้บันทึกรับทราบถึง ความคืบหน้าของการดำเนินงานของประเทศภาคีกัมพูชา ในส่วนของพัฒนาการของแผนบริหารจัดการ
|
|
|
ทรัพย์สินดังกล่าวนี้ ตามที่ที่ประชุมสมัยที่ 31 วาระที่ 8B.24 ร้องขอไว้ในคำตัดสินที่เมืองไครสท์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์
|
|
|
|
4.
|
ที่ประชุมแสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลของเบลเยียม, สหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศส และอินเดีย ที่เอื้อประโยชน์ในการสนับสนุนการดำเนิน
|
|
|
งานของผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายในความพยายามเพื่อการนี้ และต่อรัฐบาลของประเทศจีนและญี่ปุ่น เช่นเดียวกับศูนย์ระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาด้านอนุรักษ์และปฏิสังขรณ์มรดกทางวัฒนธรรม (ไอซีซีอาร์โอเอ็ม) สำหรับการให้ความช่วยเหลือด้านความเชี่ยวชาญในกระบวนการดังกล่าวนี้ด้วย
|
|
|
|
5.
|
ที่ประชุมได้รับทราบว่า จำต้องเพิกเฉยต่อแถลงการณ์ร่วมซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2551 โดยตัวแทนของรัฐบาลกัมพูชาและ
|
|
|
ไทย เช่นเดียวกับยูเนสโก ซึ่งรวมอยู่ในร่างการนำเสนอซึ่งถูกอ้างถึงอย่างผิดพลาดว่า มีการลงนามเมื่อวันที่ 22 และ 23 พฤษภาคม 2551 ในเอกสารที่ WHC-08/32.COM/INF.8B.Add2 ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามการตัดสินใจของรัฐบาลไทยในอันที่จะระงับผลกระทบผูกพันจากแถลงการร่วมดังกล่าวนี้เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งให้ความคุ้มครองชั่วคราวแห่งศาลปกครองกลางของไทย
|
|
|
|
6.
|
บันทึกรับทราบว่า ประเทศภาคีกัมพูชา ได้ยื่นแผนผังของทรัพย์สิน(อาร์จีพีพี) ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ ที่ผนวกอยู่ในเอกสารที่
|
|
|
WHC-08/32.COM/INF.8B.Add2 (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียนกว่า อาร์จีพีพี) อันแสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงขอบเขตของอาณาบริเวณที่นำเสนอเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
|
|
|
|
7.
|
มีคำตัดสินชี้ขาด ภายใต้หลักการพื้นฐานการยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ โดยเห็นแก่กระบวนการพหุภาคีอันนำไปสู่การจัดทำรายงานเพิ่ม
|
|
|
เติมอย่างประณีตซึ่งยื่นประเทศภาคีกัมพูชานำเสนอเมื่อเดือน พฤษภาคม 2551 ตามคำขอของศูนย์มรดกโลกแห่งยูเนสโกในอันที่จะยอมรับข้อมูลซึ่งนำเสนอโดยรัฐภาคี ที่เลยกำหนดเส้นตายที่กำหนดไว้ในย่อหน้าที่ 148 ของแนวทางเพื่อนการดำเนินการยื่นขอขึ้นทะเบียน
|
|
|
|
8.
|
ที่ประชุมรับทราบว่า ประเทศไทยได้แสดงออกซ้ำแล้วซ้ำอีกถึงความปรารถนาที่จะมีส่วนในการนำเสนอปราสาทพระวิหารและอาณา
|
|
|
บริเวณโดยรอบขึ้นเป็นมรดกโลกร่วมกับกัมพูชา
|
|
|
|
9.
|
ที่ประชุมบันทึกไว้ว่า ทรัพย์สินซึ่งนำเสนอเพื่อการขึ้นทะเบียน ถูกปรับลดและมีองค์ประกอบเพียงจำเพาะตัวปราสาทพระวิหารและมิ
|
|
|
ได้รวมถึงส่วนเพิ่มเติมอื่นอันประกอบด้วยผาและถ้ำต่าง ๆ
|
|
|
|
10.
|
พิจารณาสืบเนื่องว่า การวิจัยเชิงโบราณคดีในพื้นที่ดังกล่าวยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในเวลานี้ อันอาจบังเกิดผลให้มีการค้นพบใหม่ที่
|
|
|
มีนัยสำคัญซึ่งอาจอำนวยให้เกิดข้อควรพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการนำเสนอใหม่ในแบบข้ามพรมแดน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรับรู้ร่วมทั้งจากไทยและกัมพูชา
|
|
|
|
11.
|
กระตุ้นส่งเสริมให้กัมพูชาร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับไทยเพื่อปกป้องรักษาคุณค่าของทรัพย์สินนี้ โดยเห็นแก่ข้อเท็จจริงที่ว่าประชาชน
|
|
|
ทั้งหลายในอาณาบริเวณโดยรอบได้ยึดถือพระวิหารเป็นสมบัติล้ำค่ามายาวนาน และเพื่อให้เห็นพ้องว่า น่าจะเป็นเรื่องพึงปรารถนาในอนาคตในอันที่จะได้สะท้อนถึงคุณค่าอย่างเต็มเปี่ยมของปราสาทและภูมิทัศน์โดยรอบ ผ่านความเป็นไปได้ในอันที่จะมีการขึ้นทะเบียนมรดกโลกเพิ่มเติมเพื่อให้แหล่งมรดกโลกนี้เข้าข่ายตามเกณฑ์ที่ (III) และ(IV) ตามที่เคยได้รับการรับรองไว้ในคำชี้ขาดของการประชุมคณะกรรมการสมัยที่ 31 วาระที่ 8B .24
|
|
|
|
12.
|
ให้นำปราสาทพระวิหาร, กัมพูชา รวมเข้าเป็นหนึ่งในรายการทรัพย์สินที่เป็นมรดกโลก ภายใต้เกณฑ์ที่ (I)
|
|
|
|
13.
|
กำหนดให้ใช้ถ้อยแถลงดังต่อไปนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณค่าอันเป็นสากลที่โดดเด่น
|
|
|
ปราสาทพระวิหาร อันเป็นเอกในเชิงสถาปัตยกรรมของกลุ่มโบราณสถานที่เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน โดยทางเดินและบันไดอันมีแกนกลางเป็นระยะทาง 800 เมตร คือสถาปัตยกรรมเขมรที่มีความโดดเด่นระดับมาสเตอร์พีซ ในแง่ของการวางผัง, การประดับตกแต่งและความสัมพันธ์กับภูมิทัศน์แวดล้อมที่พิเศษจำเพาะ ตามเกณฑ์ที่ I ปราสาทพระวิหารจึงถือเป็นงานสถาปัตยกรรมเขมรชิ้นเอกที่มีความโดดเด่น มีความ “พิสุทธิ์” อย่างยิ่งทั้งในด้านการวางผังและรายละเอียดของการประดับตกแต่ง ความเป็นจริง การตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ความถ่องแท้ ในแง่ของกลุ่มปราสาทและวัสดุที่เป็นองค์ประกอบซึ่งดำเนินการไปแล้ว ได้สะท้อนคุณค่าของทรัพย์สินแห่งนี้ออกมาอย่างชัดแจ้ง ทรัพย์สินแหล่งนี้ประกอบด้วย กลุ่มวิหารความสมบูรณ์พร้อมของทรัพย์สินนี้ถูกลดทอนลงในระดับหนึ่งเนื่องจากการขาดหายไปในส่วนเพิ่มเติมภายในอาณาบริเวณโดยรอบของทรัพย์สิน มาตรการเพื่อการคุ้มครองวิหารนี้ ในแง่ของการคุ้มครองเชิงกฎหมายถือว่าเหมาะสมเพียงพอแล้ว ความคืบหน้าในการจำแนกปริมณฑลสำหรับแผนการบริหารจัดการได้มีการดำเนินการแล้วและจำเป็นต้องมีการปรับปรุงรวบรวมเพื่อนำไปสู่แผนการบริหารจัดการฉบับเต็มที่ผ่านการเห็นชอบต่อไป
|
|
|
|
14.
|
เรียกร้องต่อประเทศภาคีกัมพูชา ภายใต้ความร่วมมือกับยูเนสโกให้ดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการประสานงานระหว่างประเทศ
|
|
|
เพื่อให้ความคุ้มครองและพัฒนาทรัพย์นี้ไม่เนิ่นช้าเกินกว่า เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ให้ผู้ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมประกอบด้วยรัฐบาลไทยและหุ้นส่วนระหว่างประเทศอื่นๆ ที่เหมาะสมอีกไม่เกิน 7 ชาติ ทำหน้าที่ตรวจสอบสารัตถะเชิงนโยบายทั่วไป ในอันที่เกี่ยวเนื่องกับการอนุรักษ์คุณค่าสากลอันโดดเด่นของทรัพย์สินนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการการอนุรักษ์ที่เป็นสากล
|
|
|
|
15.
|
เรียกร้องต่อประเทศภาคีกัมพูชา ให้ยื่นเอกสารดังต่อไปนี้ต่อศูนย์กลางมรดกโลก ภายใน 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552 ดังต่อไปนี้
|
|
|
A.
|
แผนที่ชั่วคราวที่ให้รายละเอียดเพื่อเติมเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้รับการขึ้นทะเบียน และแผนที่ที่จำแนกแยกแยะพื้นที่กันชนที่
|
|
|
|
B.
|
ปรับปรุงแฟ้มข้อมูลสำหรับการนำเสนอเพื่อขอขึ้นทะเบียนให้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่มีขึ้นต่ออาณาบริเวณของทรัพย์สิน
|
|
C.
|
เอกสารเพื่อยืนยันว่า พื้นที่บริหารจัดการของทรัพย์สินนี้ จะรวมถึงทรัพย์สินซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนและพื้นที่เขตกันชนที่บ่งชี้ไว้
|
|
|
D.
|
เอกสารเพื่อรายงานความก้าวหน้าของการเตรียมแผนบริหารจัดการ
|
|
|
|
|
|
16.
|
เรียกร้องเพิ่มเติมให้ประเทศภาคีกัมพูชาให้ยื่นแผนการบริหารจัดการทรัพย์สินที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฉบับเต็ม รวมถึงแผนที่อันเป็น
|
|
|
ที่ยุติ ต่อศูนย์กลางมรดกโลกภายในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2553 เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลก สมัยประชุมที่ 34 ในปี พ.ศ. 2553 ต่อไป
|
|
|
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น